ตำแหน่งหน้าที่

๒๔๘๔ ทรงเป็นสมาชิกสังฆสภาโดยตำแหน่ง เป็นกรรมการสังคายนาพระธรรมวินัย และเป็นผู้อำนวยการศึกษาสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร
๒๔๘๘ ทรงเป็นพระวินัยธรชั้นอุทธรณ์ และเป็นกรรมการสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย
๒๔๙๘ ทรงเป็นเลขานุการ ในองค์สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ขณะทรงดำรงพระสมณศักดิ์ที่ สมเด็จวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช
๒๔๙๐ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่พระโศภนคณาภรณ์ ทรงเป็นกรรมการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
๒๔๙๓ ทรงเป็นกรรมการเถรสมาคมคณะธรรมยุต ประเภทชั่วคราว
๒๔๙๔ ทรงเป็นกรรมการอำนวยการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ และเป็นกรรมการแผนกตำราของมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ
๒๔๙๕ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชในราชทินนามเดิม และได้เป็นผู้ร่วมในคณะทูตพิเศษที่มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ ส่งไปร่วมฉลองพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระอัครสาวก ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
๒๔๙๖ ทรงเป็นกรรมการตรวจชำระคัมภีร์ฎีกา
๒๔๙๗ ทรงเป็นกรรมการเถรสมาคมคณะธรรมยุต ประเภทถาวร
๒๔๙๘ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพในราชทินนามเดิม
๒๔๙๙ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่พระธรรมวราภรณ์


๒๕๐๐ เป็นกรรมการพิจารณาร่างพระเบียบบิรหารวัดธรรมยุต
๒๕๐๑ ทรงเป็นกรรมการคณะธรรมยุต และเป็นกรรมการมูลนิธิส่งเสริมกิจการพระศาสนาและมนุษยธรรม (ก.ศ.ม.)
๒๕๐๓ ทรงเป็นสังฆมนตรีช่วยว่าการองค์การปกครองสั่งการองค์การปกครองฝ่ายธรรมยุต
๒๕๐๔ ทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นผู้อำนวยการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานกรรมการสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นผู้รักษาการเจ้าคณะธรรมยุตภาคทุกภาค เป็พระอุปัชฌาย์ และได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นพระราชาคณะชั้นเจ้าคณะรองที่ พระสาสนโสภณ
๒๕๐๖ ทรงเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมชุดแรก ตามพระราชบัญัญติคณะสงฆ์ พ. ศ. ๒๔๐๕
๒๕๐๗ ทรงเป็นอนุกรรมการพิจารณร่างระเบียบการเดินทางไปต่างประเทศของพระภิกษุและสามเณร
๒๕๐๙ ทรงเป็นประธานกรรมการอำนวยการฝึกอบรมพระธรรมยุตไปต่งประเทศของมหาเถรสมาคม

 
๒๕๑๐ ทรงเป็นประธานอนุกรรมการพิจารณาเรื่องวันสำคัญทางพุทธศาสนา
ประจำปี ๒๕๑๑
ทรงเป็นประธานอุนกรรมการพิจารณาร่างระเบียบมหาสมาคมว่าด้วยวิธีปฏิบัติในการปลูกสร้างอาคารในที่ดินของวัดซึ่งมีผู้เช่าอยู่
ทรงเป็นประธานอนุกรรมการการพิจารณาหลักเกณฑ์การยกเว้นค่าโดยสารรถไฟให้แก่พระภิกษุและสามเณรในพระพุทธศาสนา
ทรงเป็นอนุกรรมการพิจารณาแก้ไขข้อขัดข้องระว่างวัดกับผู้เช่า (พ.ว.ช.)
๒๕๑๑ ทรงเป็นประธานอนุกรรมการพิจารณาโครงการรับการศึกษาของ
ของมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่งเป็นการศึกษาของคณะสงฆ์
๒๕๑๒ ทรงเป็นอนุกรรมการพิจารณาเรื่องการศึกษาโรงเรียนมัธยมของคณะสงฆ์
ทรงเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโครงการจัดตั้งโรงเรียนพระสังฆาธิการส่วนกลาง
๒๕๑๔ ทรงเป็นประธานอนุกรรมการพิจารณาร่างกฎมหาเถรสมาคมว่าด้วยการลงนิคหกรรมแก่พระภิกษุ
๒๕๑๕ ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระญาณสังวร นับเป็นสมเด็จพระญาณสังวร พระองค์ที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์แรกคือสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (สุก) วัดราชสิทธาราม
๒๕๑๖ ทรงเป็นประธานอนุกรรมการการพิจารณาปรับปรุงหลักสูตรศาสนาศึกษาของคณะสงฆ์ 
ทรงได้รับฉันทานุมัติจากกรรมการคณะธรรมยุตให้เสด็จไปทรงตรวจการคณะสงฆ์ และทรงเยี่ยมพุทธศาสนิกชนในภาคตะวันออกเฉียบเหนือรวม ๙ จังหวัด
คือ นครราชสีม สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และขอนแก่
๒๕๑๗ ทรงเป็นประธานกรรมการคณะธรรมยุต
๒๕๑๘ ทรงเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนครูปริยัติธรรมคณะธรรมยุต
๒๕๑๙ ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิสังฆประชานุเคราะห์
๒๕๒๐ ทรงเป็นประธานอำนวยการมูลนิธิมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย
๒๕๒๑ ทรงเป็นรองประธานคณะกรรมการอำนวย
การจัดสร้างพุทธมณฑลฝ่ายสงฆ์
ทรงเป็นพระกรรมวาจาจารย์ของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร  ในการทรงพระผนวช
ณ อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามทรงเป็นอาจารย์ถวายการอบรมพระธรรมวินัย ขณะที่พระภิกษุสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ระหว่าง   
วันที่ ๖ - ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๑
 

 
๒๕๒๒ ทรงเป็นประธานอำนวยการมูลนิธิสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์
๒๕๒๔ ในฐานะกรรมการมหาเถรสมาคมและประธานกรรมการคณะธรรมยุต ทรงได้รับฉันทานุมัติจากรรมการคณะธรรมยุตให้เสด็จไปทรงตรวจการคณะสงฆ์ และทรงเยี่ยมพุทธศาสนิกชนในภาคเหนือรวม ๑๐ จังหวัด คือ นครสวรรค์ ตาก ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ และกำแพงเพชร
๒๕๒๕ ทรงเป็นผู้ถวายพระธรรมเทศนามงคลวิเสสกถาในพระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัว และถวายตลอดมาจนกระทั้งทรงเจริญพระชนมายุมากขึ้น และทรงมีปัญหาด้านสุขภาพ จึงทรงหยุด


 
๒๕๒๖ ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิวัดญาณวสังวราราม  ในพระบรมราชูปถัมภ์
๒๕๒๗ ทรงเป็นประธานศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
ทรงเป็นประธานคณะกรรมการจัดงานส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา
๒๕๒๘ ทรงเป็นรองประธานกรรมการสังคีติการกสงฆ์ ในการสังคายนาพระธรรมวินัยตรวจชำระพระไตรปิฎก และเป็นสังฆปาโมกข์ปาลิวิโสธกะพระวินัยปิฎกเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ พระบาทสมเด็พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
๒๕๓๐ ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิแผ่นดินธรรม
ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิสงเคราะห์และฟื้นฟูจิตใจผู้ติดยาเสพติด
ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ในโอกาสที่พระบาทสมด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ในการทรงบรรพชาของหม่อมเจ้าจุฑาวัชรมหิดล พระโอรสในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร
ณ พระอุโบสถ์วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๓๐ เวลา ๐๙.๐๐
๒๕๓๑ ทรงรักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต และทรงเป็นนายกกรรมการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ
ทรงนายกสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาลัยพระพุทธศาสนา แห่งประเทศไทย
๒๕๓๒ ทรงเป็นเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตเสด็จไปทรงเยี่ยมพระภิกษุสามเณร และพุทธศาสนิกชนใน ๕ จังหวัดขายแดนใต้ คือ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี
และนราธิวาส ตามคิกกราบทูลอาราธนาของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ ระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๑๕๓๒
๒๕๓๓ ทรงเป็นประธานสงฆ์ในการเจริญพระพุทธมนต์ พระราชพิธีพุทธาภิเกษก พระพุทธรูปชัยวัฒน์และพระกริ่ง ในโอกาสที่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเจริญพระชนมายุ ๙๐ พรรษา
ทรงเป็นประธานจุดเทียนชัย ทรงนั่งปรก ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
๒๕๔๐ ทรงเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย