ประเทศพม่า

๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

เดินทางโดยเครื่องบินของบริษัท บ.ด.อ. เนื่องด้วยมีผู้ร่วมเดินทางไปมาก หัวหน้าคณะ จึงเช่าเครื่องบิน ๒ เครื่องยนต์ ๒ ลำ คือ HS-SAA และ HS-SAB ค่าเช่าเครื่องบิน คิดเฉลี่ยคนละ ๘๕๐ บาท (ทั้งไป-ทั้งกลับ) มีผู้ไปทั้งหมด ๙๑ คน ผู้ที่ทางคณะสงฆ์ส่งไปคือ คณะผู้แทนคณะสงฆ์ไทย ๒๔ คณะผู้ติดตาม ๕๓ คณะธรรมยุต ๑๓ คณะผู้แทนคณะสงฆ์ไทย ๒๔ ไปโดยอนุเคราะห์ของรัฐบาลไทย นอกนั้นไปด้วยทุนส่วนตัว การไปแบ่งไปเป็น ๒ เที่ยว ๆ แรกเครื่องบิน ๒ ลำกำหนดออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง ๑๘.๐๐ น. เที่ยวที่ ๒ กำหนดออก ๑๔.๓๐ น. เครื่องบินลำเดียว พระสงฆ์ คณะผู้แทนไปเที่ยวแรก ๑๙ รูป หัวหน้ากำหนดให้ไปเที่ยวหลังเป็นเพื่อนคณะผู้ติดตาม ๒ รูป คือ พระศรีสุทัสนมุนี๑ และพระอมรเวที๒ ๓ผู้บันทึกไปเที่ยวแรกลำ HS-SAB ออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง ๘.๓๐ น. ตัดตรงไปทางสุพรรณบุรี –อุทัย ออกตัดอ่าวเมาะตมะ ถึงท่าอากาศยานแรงกูน ๑๐.๔๕ ร.ม.ต. และเออัครราชทูตไทย คือ ม.จ พิสิษฐดิศพงษ์เป็นต้นและพระพม่า มี…..เป็นต้น ไปรับที่สนามบิน ฉันเพลที่ร้านอาหารของท่าอากาศยาน เริ่มฉันอาหารพม่าเป็นครั้งแรกเสร็จแล้ว ขึ้นรถยนต์ของสถานสังคายนาไปยังเนินสิริมังคละ อันเป็นที่สังคายนาและเป็นที่พัก

เวลาเย็นคณะเที่ยวหลังไปถึง ว่าออกจากท่าอากาศยาน ๑๔.๓๐ น. ถึง ๑๖.๒๕ น.

คณะพระสงฆ์ไทยพักที่ตึกบุพพวิเทห ชั้น ๒ ด้านขวาแถบทิศตะวันตก

๑๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

วันนี้กำหนดเปิดประชุมฉัฏฐสังคีติครั้งที่ ๒ ที่มหาปาสาณคูหา เวลา ๑๓.๒๙ น. ได้รับกำหนดการตั้งแต่ค่ำวันที่ ๑๔ พ.ย.

เช้า เวลาประมาณ ๙.๐๐ น. ได้ยินเสียงปืนสลุต ได้ยินว่ายิงรับพระเจ้านโรดม สีหนุซึ่งเสด็จเยี่ยมประเทศพม่า เพื่อเสด็จเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย

เวลาจวน ๑๓.๐๐ น. คณะพระสงฆ์ไทยไปสู่มหาปาสาณคูหา

เวลา ๑๓.๐๐ น. เศษ ท่านภัททันตเรวตมหาเถระ อภิธชมหารัฏฐคุรุ ได้ขึ้นนั่งที่ พระทั้งสิ้น….. รูป ในฝ่ายคฤหัสถ์มีอุบาสก อุบาสิกา ร่วมประชุมเป็นอันมาก คณะผู้ติดตามไทยก็ไปร่วมประชุมด้วย ท่านอูนุนายก ร.ม.ต. และภริยา ได้ไปถึงที่ประชุมเวลา ๑๓.๒๔ น. อูบาอู ประธานาธิบดีสหภาพพม่าและพระเจ้านโรดม ได้ไป และเสด็จไปถึง เวลา ๑๓.๒๙ น. เริ่มการประชุมตามกำหนดการ และเวลา ๑๔.๐๐ น.เศษ หยุดพักตามกำหนดการ อูบาอูประธานาธิบดี พระเจ้านโรดม นายก ร.ม.ต. กลับเวลาหยุดพักประชุมแล้ว

๑๕.๐๐ น. เริ่มประชุมตามกำหนดการ

Chattha Sangayana (the sixth Great Buddhist-Council) The opening proceedings programme of the Second Session to be held on the 5 th waning of taqaunmon 2498 Buddhist Era {1511-54} at 1.29 p.m.

    1. The proceedings to open at 1.29 p.m (Ven, Ble Bagaya Sayadow, Honorary Secretary of the Bharanitharaka Committee will be amouse in Pali and Burmmese)
      (Signal by ten strokes fo dreems)
    2. Ven’Ble Aniskhan Sayadaw will read the Welcome Address of the Second Session of
      the Chattha Sangayana
    3. Adhidhaja Maharatthaguru Bhaddanta Revata will give the five Preepts to the lay
      audienec
    4. The Sangiti Bhikhus will recite Matta Sutta
    5. Ven’Ble Abhidhaja Maha ratthaguru Nyaunggan Sayadaw ,the Sanghanayaka of the Sangayana proceedings will give a Pressidentail Address

ผู้แทนคณะสงฆ์ประเทศต่าง ๆ ผู้อ่านสารโดยลำดับ

๑. ลังกานิกายสยามวงศ์
๒.ลังกานิกายรามัญวงศ์
๓.ลังกานิกายอมรปุรวงศ์
๔.ไทย
๕.เขมร
๖.ลาว
๗.เวียดนาม

เวลา ๑๕.๐๐ น. เริ่มการประชุมต่อไปจนจบกำหนดการสุดท้าย จึงเลิกประชุมเวลา ๑๗.๓๐ น. เลิกประชุมแล้ว ไปนมัสการพระธาตุชเวดากอง พระธาตุชเวสุเล แล้วกลับที่พัก

๑๖ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

ประชุมอ่านพระ สูตรต่อตั้งแต่เวลา ๘.๐๐ น. พักประชุม เวลา ๑๐.๐๐ น. เวลา ๑๓.๐๐ น. ประชุมต่อ แต่ทีแรก มีปุจฉาวิสัชชนาก่อน แล้วจึงอ่านพระสูตรต่อไปจนถึงเวลา ๑๔.๔๐ น. พัก เวลา ๑๕.๐๐ น. ต่อไปถึงราว ๑๖.๐๐ น. หยุดประชุม

เช้าวันนี้ ฉันเช้าแล้วไปชมโรงครัว ใช้เครื่องหุงตุ้มไฟฟ้าทั้งหมดตลอดถึงเครื่องซักรีด

นิกายในลังกาทวีป พระมาจากลังการูปหนึ่ง แจ้งว่า ในลังกามี ๓ นิกาย

๑. สยามนิกาย หรืออุบาลีวงศ์ มีพระประมาณ ๑๖,๐๐๐ รูป โดยมากห่มไหล่เดียวเข้าบ้าน แต่บางส่วนห่มปิดไหล่เข้าบ้าน
๒. อมรปุรนิกาย มีพระประมาณ ๖.๐๐๐ รูป ส่งไปจากพม่าสมัยพระเจ้ามินดง
๓. รามัญนิกาย มีพระประมาณ ๓.๐๐๐ รูป เกิดขึ้นประมาณ ๕๐ ปี

เวลา ๑๙.๐๐ น. ไปหาแสดงความเคารพ ท่านอภิธช ฯ ภัททันตเรวตมหาเถระ เจ้าคุณพระพิมลธรรม หัวหน้าคณะสงฆ์ไทยถวายไตรและพรม

ท่านอภิธช ฯ ภัททันตเรวตมหาเถระ อายุ ๘๑ ปี อยู่วัดในเมืองมัณฑเล ท่านคุยว่าได้เขียนหนังสือไว้กว่า ๑๐๐ เรื่อง และสอนหนังสือเด็กทั้งเช้าบ่ายไม่ค่อยมีเจ็บป่วย ให้โอวาทให้มีขันติ และให้พรคณะที่ไป

๑๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

การประชุมมีตาม เคย ตอนเช้า ฉันเช้าแล้ว ไปถ่ายภาพยนตร์ที่หน้ากาบาเอ้ (สันติเจดีย์) คณะธรรมยาตราจากเมืองไทยจะเดินทางต่อไปอินเดียในวันนี้ เสร็จแล้วไปเข้าประชุม เลิก ๑๐.๐๐ น. ไปดูโรงพิมพ์ กำลังพิมพ์ สํ .ที. และ ม๑. พิมพ์เสร็จแล้ว (ที.๓ เล่ม ม. ๓ เล่ม) และพิมพ์ Sangayana Bullatin ด้วย

๑๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

วันนี้ หยุดประชุม เพราะเป็นวันธัมมัสสวนะ คณะทั้งหมดไปเที่ยวเมืองหงสาวดี บังเอิญไปตรงกับวันที่พระเจ้านโรดมเสด็จไปเที่ยวเมืองนั้นด้วย ออกจากที่พัก ๗.๐๕ น. รถยนต์ ๕ คัน ยางแฟบเสียระหว่างทางเสีย ๑ คัน ต้องถ่ายขึ้นเฉลี่ยกันไป ๔ คัน ผ่านซุ้มและขบวนต้อนรับพระเจ้านโรดมตามที่ ต่าง ๆ หลายแห่งจนเข้าเมืองหงสาวดีที่เรียกว่า พะโค รถแล่นอ้อมไปด้านแคบข้างหลังพระมุเตา เวลา ๙.๓๐ น. ถึงที่เชิงขึ้นพระมุเตา ขึ้นพักบนศาลาด้านทิศตะวันออก พร้อมกันชยนฺโต ถวายพระเจ้านโรดมเวลาเสด็จมาประทักษิณ เวลา ๑๐.๐๐ น.

เมื่อขึ้นไปถึง ได้บูชาพระมุเตาก่อน จึงรอรับเสด็จกษัตริย์เขมรแล้วไปฉันเพลที่ร้านแผงลอยหน้าพระมุเตา แล้วขึ้นไปชมบริเวณพระมุเตา แล้วเดินตามทางไปพระเห็นตากอง(เจดีย์หงสา) ที่อยู่บนเนินถัดไปทางทิศ…… ทางเดินมีหลังคาตลอด แล้วไปเยี่ยมสำนักกัมมัฏฐานสาสนฉายาบนเนินแห่งหนึ่ง แล้วไปบูชาพระนอนใหญ่ ไปดูสีมากัลยาณี ทางรัฐบาลพม่าให้อุปการะรื้อโบสถ์เก่าทำใหม่ เมื่อไปทำเสร็จแล้ว แต่ยังไม่เสร็จเรียบร้อย มีปั้นรูปประวัติพระเจ้ารามาธิบดีบางตอนที่ผนังเหนือเสาในด้วย เสร็จแล้วแต่เพียงบางตอน แล้วกลับ กลับถึงที่พักเวลา ๑๘.๐๐ น.

๑๙ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

ประชุมสวดพระสูตรตามเคย เลิกประชุมแล้ว พระสงฆ์ไทยทั้งคณะไปชมวัด ๒ วัด

๑. วัดพยาจีไต (พยา-พระ จี-ใหญ่ ไต-วัด) มีพระนอนใหญ่ ตั้งอยู่บนเนิน ท่านสยาดอ อู โกณฑัญญะเป็นเจ้าอาวาส เป็นอาจารย์ใหญ่ทางคันถธุระ มีพระภิกษุ (พุงยีหรือผหัง) ประมาณ ๕๐๐ เณร (กุยยิน) ประมาณ ๑๐๐ ทางวัดมีเลี้ยงข้าวต้มตอนเช้าแล้วบิณฑบาตฉันเพล บิณฑบาตพอฉัน

หลักสูตรการสอบ

๑. ปฐมแง (น้อย)
๒. ปฐมละ (กลาง)
๓. ปฐมจี (ใหญ่)

สอบปฐมจีได้ เรียกปฐมโจ (เด่น)

๔.ธมฺมาจริย สอบได้เรียกว่า ชื่อนั้น ต้องเรียนติปิฎก

การเรียนในวัด เรียนตามสำนักอาจารย์ ทั้งเช้าทั้งบ่าย

๕.ติปิฎกธร-ท่องจำพระไตรปิฎก

ตั้งหลักสูตรมา ๖ ปี พึ่งสอบได้รูปเดียว คือท่านอูวิจิตตสาร สอบได้ก่อนสมัยประชุมสังคายนาครั้งแรกไม่นาน

๒. วัดสาสนายิต้า (ยิต้า ฉายา -ร่มเงา) เป็นวัดฝ่ายวิปัสสนาธุระ ท่านมหาศรีสยาดอ อู โสภณ เป็นเจ้าอาวาส รัฐบาลยกให้เป็นธัมมาจริยะ และตั้งให้เป็นอัครมหาบัณฑิต เมื่อมาอยู่ที่วัดนี้แล้ว มีพระประจำประมาณ ๕๑ สามเณรมีประจำน้อย แต่มีพระมาไปอยู่เสมออย่างมากถึงร้อย มีผู้ปฏิบัติชายหญิงอยู่มาก หญิงมากกว่าชาย ๆ มากว่าพระ

วัดนี้มีสำนักขึ้นทั่วประเทศกว่าร้อย ทั้งหมดเป็นวัดของสมาคมพุทธศาสนานุคคหะเซอร์อูต่วนเป็นประธาน

๒๐ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

วันนี้ มีประชุมตามเคย เข้าประชุมแต่ตอนเช้า ฉันเพลแล้วไปหาของที่บริเวณพระชวีตะโก้ (ชเวดากอง) และทีหมู่บ้านให้เช่าพระแห่งหนึ่ง ได้หาสิ่งของดัง (รายการ) ต่อไป กลับไปถึงที่พักราว ๑๙.๐๐ น.

๒๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

วันนี้ มีประชุมตามเคย เลิกประชุมตอนเย็น หัวหน้าคณะนำไปเที่ยวชมเมืองและสำนักกัมมัฏฐานของ อู บาขิ่น แล้วไปแวะชมสำนักธรรมกถึก บนเชิงด้านทิศตะวันตก ของพระชวีตะโก้แล้วขึ้นนมัสการปทักษิณพระชวีตะโก้ ตามทางขึ้นด้านนั้นที่ทำสวยงามที่สุดกว่าทางขึ้นด้านอื่นๆ แล้ววิ่งรถวนเวียน ไปตามถนนสายต่าง ๆ กลับถึงที่พัก ๒ ทุ่มเศษ

๒๒ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

มีประชุมตามเคยตอนเพล คณะพระสงฆ์ไทย เวียดนาม ไปฉันเพลที่สำนักโดญาณจารี คือสำนักอุบาสีกาปฏิบัติธรรม

๒๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

วันนี้มีประชุมตามเคย ตอนบ่ายไปเที่ยวหาหนังสือ

๒๔ พฤศจิกายน ๒๔๙๗

มีประชุมตามเคย แต่พวกเราจำนวนหนึ่งเดินทางกลับ ออกจากกาบาเอ้ ๑๗.๕๕ น.(เวลาของย่างกุ้ง) เครื่องของบริษัท ท.อ.ด. ๔ เครื่องยนต์ จากกัลกัตตา ถึงสนามบินย่างกุ้งเวลา ๑๙.๐๐ น. ออกเวลา ๒๐.๐๕ น. ขึ้นอากาศ ๒๐.๑๒ น. ถึงดอนเมือง ๒๒.๔๒ (เวลากรุงเทพฯ) เครื่องบินใช้เวลา ๑ ช.ม. ๕๐ นาที

Find the best web hosting service and read ipage review for more information.

เข้าสู่ระบบ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ธรรมนิพนธ์ | Develop by Sangharaja.org