ประเทศกัมพูชา

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อสมัยที่ทรงเป็นพระโศภณคณาภรณ์ ได้เดินทางร่วมการฉลองสมโภชพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุในประเทศ กัมพูชา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ มีบันทึกที่เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ได้ทรงบันทึกไว้ดังนี้


ความเริ่มต้น
๑) กัมพูชาอัญเชิญพระธาตุไปสมโภชผ่านไทยจาก Maha Bodhi Society โดยเครื่องบิน บ.ด.ท. (T.A.C.) จากกัลกัตตากำหนดถึงท่าอากาศยานดอนเมือง วันอาทิตย์ที่ ๕ ตุลาคม ๒๔๙๕ เวลา ๑๐.๐๐ น.
๒) ทางกัมพูชาได้อาราธนาและเชิญผู้เชิญไทยไปร่วมการฉลองสมโภช ผู้แทนที่ได้เดินทางไป

พระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตต์
๑. พระจินดากรมุนี วัดราชบพิธ ฯ
๒. พระโสภณคณาภรณ์ วัดบวรนิเวศ ฯ
๓. พระมหานวม วัดโสมนัส
๔. พระครูสมุห์อนุวัฒน์ วัดบวรนิเวศฯ

คฤหัสถ์ฝ่ายพุทธสมาคม

๑. พระยาภรตราชสุพิธ
๒. คุณหญิงเพี้ยน ดำรงธรรมสาร๑
๓. นายเลอสรร ธรรมพิชา และนางเนือง อิ่มสมบัติ อุปัฏฐายิกา

๓) คณะผู้แทนไทย เข้าเฝ้ากราบทูลลา สมเด็จพระสังฆราช ณ วันเสาร์ที่ ๔ ตุลาคม ๒๔๙๕(ต่างวาระกัน) และคณะพระสงฆ์ได้ไปกราบเรียนลาท่านเจ้าคุณพระพรหมมุนี ผู้อำนวยการมหามกุฏฯ

การฉลองสมโภช
วันอาทิตย์ที่ ๕ ตุลาคม ๒๔๙๕

๑) ไทยต้อนรับที่ดอนเมือง เครื่องบิน บ.ด.ท. ถึง ๑๒.๑๕ น. ผิดเวลาไป ๒ ช.ม. เศษ พระสงฆ์และพุทธสาสนิกชนไทยต้อนรับ
ก. พระพรหมมุนี เชิญจากเครื่องบินมาประดิษฐานที่โต๊ะหมู่ที่บูชา
ข. บูชาด้วยพุมดอกบัวทรงข้าวบิณฑ์ของคณะธรรมยุตต์ จุดธูปเทียนบูชา
ค. นำกล่าวบูชาแล้วสวดมนต์สรรเสริญคุณพระรัตนตรัยว่าพร้อมกันทั้งพระและคฤหัสถ์ เสร็จพิธีบูชาแล้ว ประชาชนทำการบูชาตามศรัทธาของตน ๆ

ประเทศกัมพูชาตั้งอยู่ทางภาคใต้ของอินโดจีนมีอาณาเขต
ทิศตะวันออก จดประเทศเวียดนาม
ทิศเหนือ จดประเทศลาวและประเทศไทย
ทิศตะวันตก จดประเทศไทย และ
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ จดอ่าวไทย

กัมพูชามีพื้นที่ ๑๘๑,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร มีพลเมือง ๓,๗๕๐,๐๐๐ คน ในจำนวนนี้เป็นชาวยุโรป ๔,๙๗๖ คน เป็นชาวจีน ๑๕๐,๐๐๐ คน เมืองหลวงชื่อ “กรุงพนมเปญ” ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำโขงกับทะเลสาป เมืองสำคัญรองลงมาคือ เมืองพระตะบอง ตั้งอยู่ห่างจากกรุงพนมเป็ญ ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว ๓๐๐ กิโลเมตร เมืองกำปอด ห่างจากกรุงพนมเป็ญราว ๑๔๔ กิโลเมตร และเมืองกำปงจาม ,เมืองเสียมราฐเป็นต้น

กัมพูชาตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศไทย แต่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพ นับจากกรุงเทพฯไปราว ๒๗๗ ก.ม. เศษ เทียบจาก
กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ๒๙๗ ก.ม เศษ
กรุงเทพฯ - ภูเก็ต ๓๕๗ ก.ม เศษ
กรุงเทพฯ - สงขลา ๓๗๘ ก.ม เศษ

ในการนี้ได้มีพระสงฆ์และคฤหัสถ์ชาวกัมพูชาในประเทศไทย ไปร่วมต้อนรับเป็นอันมาก พร้อมด้วยออกญาแสนโกศก (ชุ่ม) อัครราชฑูตกัมพูชาประจำประเทศไทย

เดินทาง
เวลา ๑๓.๒๕ น. ท่านเจ้าคุณพระพรหมมุนี อัญเชิญกลับขึ้นเครื่องบินและมอบดอกไม้พุ่มไปด้วย คณะผู้แทนไทยตามขึ้นเครื่องบินเวลา ๑๓.๓๐ น. เครื่องบินออก มุ่งไปสู่กรุงพนมเป็ญ ประเทศกัมพูชา ฝรั่งเรียก Combodia เครื่องบินของบริษัทเดินอากาศไทย เรียกสั้นว่า บ.ด.ท. เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Thai Airway Corparation เรียกสั้นว่า T.A.C. เป็นเครื่องบิน ๒ เครื่องยนต์ เห็นเขียนที่ปีกว่า HS-POB ทางกัมพูชาเช่าพิเศษเพื่อใช้รับและ ส่งพระธาตุ จากกัลกัตตาถึงพนมเป็ญและกลับในเครื่องบินคณะผู้นำพระธาตุจากอินเดีย ๙
๑. ดร.สยามา ประสาด มูเกอรจี นายกมหาโพธิสมาคม หัวหน้าคณะ
๒. พระภิกษุ จี สรณงฺการ
๓.    ”    เอม สังฆรัตน
๔.    ”    เอฟ ชินรัตน
๕.    ”    สีลภัทร
๖.    ”    วีร ธมฺมวร (เป็นชาวกัมพูชาแต่อยู่ที่นิวเดห์ลี)
๗. บัณฑิตวิสวันต ศาสตรี
๘. ดร. สเนหมอย ดุทท์
๙. อุมา ประสาด มูเกอรจี
และ Erwess. Banerann เด็กหนุ่มชาวสวิสส ผู้ผสมไปกับคณะผู้นำพระธาตุ

คณะผู้ไปรับจากกัมพูชา
๑. พระภิกษุธรรมาราม วัดอุณาโลมาราม
๒. นางแกรงนิลล์ ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ
๓. นายเจง

คณะผู้แทนไทย
พระภิกษุ ๔
คฤหัสถ์ชายหญิง ๔
รวม ๒๒
(นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ขับเครื่องบิน ๒ เจ้าหน้าที่วิทยุ ๑ หญิงรับรอง (Hostess)๑ รวม ๔ คน รวมทั้งสิ้น ๒๖ คน)การบิน บินอย่างสูง ๘๐๐๐ ฟิต เร็ว ๑๔๐-๑๕๐ ไมล์ (ทะเล) ต่อ ๑ ช.ม.อากาศ แจ่มใส

เดินทางถึง
เครื่องบิน ๆ อยู่ ๒ ชั่งโมงเศษ จึงถึงพนมเป็ญ บินทักษิณาวัฏเมืองแล้ว ลงที่สนามบินโพธิ์จีนตง (เสียงกัมพูชาว่า โปเจนตง) เวลา ๑๕.๔๕ น. มองจากเครื่องบิน เห็นพระสงฆ์และประชาชนรอรับอย่างคับคลั่ง มีรถเป็นอันมากวิ่งมา-ไปยังสนามบินที่สนามบิน พอเครื่องบินหยุดเจ้าหน้าที่เปิดประตูห้อง ทอดสะพาน เรียบร้อยแล้วพระสงฆ์ไทยได้ลงไปเป็นรายแรก ด้วยนายแกรงนิลล์เป็นผู้นำลง และลงต่อ ๆ กันมาสมเด็จพระมหาสุเมธาบดี สังฆนายกฝ่ายมหานิกาย ได้มาต้อนรับที่เครื่องบิน ต่อมา สมเด็จพระปิตุลาเจ้าฟ้ากรมพระมณีเรศ เสด็จมาทรงต้อนรับ

ต่อมาอีกครู่หนึ่งสมเด็จพระเจ้านโรดมสีหนุ พระเจ้ากรุงกัมพูชาเสด็จมาที่เครื่องบิน ทรงต้อนรับทักทายทั้งกันทรงปฏิสันถานนายกพุทธสมาคมแห่งประเทศประเทศไทยในโอกาสนี้ด้วย ในขณะนั้นทหารกองเกียรติยศบรรเลงเพลง ที่ประชุมยืนสงบอยู่จนจบลงแล้ว พระเจ้ากรุงกัมพูชาทรงอุ้มพระบรมสาริกธาตุ เจ้าฟ้ากรมพระนรมณีเรศทรงอุ้มพระอรหันตธาตุจากเครี่องบินไปสู่พลับพลา ในเวลาจะทรงอุ้ม พระเจ้ากรุงกัมพูชารับทรงฉลองพระองค์ครุยมาจากพราหมณ์ พราหมณ์เป่าสังข์ตลอด ทรงถอดฉลองพระองค์ครุยเมื่อประดิษฐานพระธาตุบนแท่นยกแล้ว ถึงพลับพลาแล้ว ประดิษฐานพระธาตุบนแท่นเบื้องหน้าพลับพลา

ในพลับพลา พระเจ้ากรุงกัมพูชา ประทับเป็นประธาน พร้อมด้วยพระราชวงศ์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ พระสงฆ์ผู้ใหญ่ เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสผู้ใหญ่ คณะผู้เชิญพระธาตุและคณะผู้แทนไทยได้เข้าร่วมประชุมในพลับพลา
บริเวณสนามบิน พระสงฆ์และประชาชนล้นหลาม ยืนอยู่ภายนอกเชือกกั้นเขต สังฆนายกปราสัย สมเด็จ พระมหาสุเมธาธิบดี สังฆนายกฝ่ายมหานิกายกล่าวปราสัย

ขบวนแห่
จบแล้ว สมเด็จพระเจ้ากัมพูชา และเจ้าฟ้ากรมพระมณีเรศทรงอุ้มพระธาตุจากแท่นยกไปสู่รถบุษบกดอกไม้ เพื่อแห่สู่กรุงพนมเป็ญ ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากสนามบินอีก ๗ ก.ม. ขบวนแห่ได้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา ๑๖.๒๐ น. ขบวนมีดังนี้
รถพิณพาทย์นำ
รถคณะอาคันตุกะ
รถบุษบกพระธาตุ

รถพระสงฆ์ เจ้านาย ข้าราชการ ประชาชนมีเป็นอันมากแต่งต่าง ๆ และที่รออยู่ในที่ต่าง ๆ ที่พระธาตุผ่าน เพื่อสมทบขบวนก็มีอีกเป็นอันมาก
ขบวนออกจากสนามบินถึงในเมืองพนมเป็ญแล้ว ยังวนไปตามถนนอีกหลายสาย วัดที่ผ่าน มีตกแต่งหน้าวัดรับ บ้านที่ผ่าน ก็มีตกแต่งโต๊ะบูชา ประชาชนรับอยู่ข้างถนนรายใป บางแห่งแน่นขนัด เมื่อถึงกรุงพนมเป็ญแล้วแน่นขนัดทั้งสองข้างถนนเกือบตลอด แต่เมื่อเข้ากรุงพนมเปญเย็นมาก และค่ำก่อนที่จะถึงปลายทาง เวลา ๒๐.๐๐ น. ถึงวัดพระแก้ว ในพระราชวังซึ่งเป็นที่พักพระธาตุ

ถึงวัดพระแก้ว รถพระธาตุหยุดอยู่ที่พระทวาร สมเด็จพระบิดา กรมขุนสุรามฤต ทรงอุ้มพระบรมสารีริกธาตุ กรมหลวงมณีพงศ์ ทรงอุ้มพระอรหันต์ธาตุ เข้าสู่พระอุโบสถวัดพระแก้ว ประดิษฐานบนแท่นกลางพระอุโบสถ

คณะผู้แทนไทยนมัสการพระพุทธปฏิมาแล้ว ฝ่ายพระสงฆ์ ไปพักวัดอุณาโลม วัดสังฆนายก ฝ่ายมหานิกาย (เพราะท่านเป็นผู้อำนวยการฝ่ายพระสงฆ์ และจัดให้พระสงฆ์อาคันตุกะทั้งแขกทั้งไทยที่พักวัดนั้น) ฝ่ายคฤหัสถ์ไปพักที่รอยัลโฮเตล (นายแกรงนิลล์จัด)

พระราชพิธีต้อนรับ
เวลา ๒๑.๑๕ น. พระเจ้ากรุงพนมเป็ญเสด็จออกทรงต้อนรับคณะผู้นำพระธาตุที่มุขพระอุโบสถ วัดพระแก้วดังนี้

นายกมหาโพธิสมาคมกล่าวปราศรัยเป็นภาษาอังกฤษ
พระเจ้ากรุงกัมพูชามีพระราชดำรัสต้อนรับและขอบพระทัย เป็นภาษากัมพูชาและภาษาอังกฤษ กระจายเสียงให้ประชาชนภายนอกวัดพระแก้วฟังด้วย

พระราชพิธีทรงบูชา
เสร็จพิธีต้อนรับแล้ว เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงบูชานมัสการพระธาตุ ออกญาพระเสด็จนำว่าคำบูชาและสวดมนต์สรรเสริญพระรัตนตรัยสวดทำนองมคธตลอด มีข้อพึงสังเกต คือพุ่มดอกไม้ไทยได้ประดิษฐานบูชาอยู่บนโต๊ะทองเบื้องหน้าพระธาตุด้วย

จบแล้ว นายกมหาโพธิสมาคม ทูลเชิญทรงเปิดเจดีย์พระธาตุ ทรงเปิดทอดพระเนตรแล้ว โปรดให้เจ้านาย พระสงฆ์ ประชาชนชมทั่วกัน
พระบรมสารีริกธาตุ ที่ไทยเชิญมาปรากฏทางราชการ คือ
พ.ศ. ๒๔๔๑ พระยาสุขุนัยวินิต กับหลวงพินิจอักษร เป็นผู้แทนสยามออกไปรับ
พ.ศ .๒๔...... หลวงดำรงนาวาสวัสดิ์

มีครอบเครื่องดินสีดำรูปจาน ภายใต้ฝาผอบในด้านใต้ มีอักษรพราหมีว่า สา เหนือว่า ม.น่าจะนำไปประดิษฐานในสมัยพระเจ้าอโศก พระธาตุนี้ ถูกนำไปประดิษฐานไว้ในพิพิธภัณฑ์วิคตอเรีย อัลเบิทตั้งแต่ครั้งนั้น

เมื่อไม่สู้นานมานี้ ทางมหาโพธิสมาคมแห่งอินเดียยื่นเรื่องถึงรัฐบาลอังกฤษและเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์นั้น ขอรับพระธาตุคืน ก็ได้รับความตกลงยินยอม ฝ่าย Nawab เจ้าผู้ครองแคว้นโภปาล ก็ขอเรียกร้องขอให้นำไปบรรจุไว้ ณ ที่เดิม ทางมหาโพธิสมาคมกับทางแคล้นโภปาลเจรจาตกลงกันว่า ให้บรรจุไว้ที่เดิม แต่อยู่ในความคุ้มครองจัดการของมหาโพธิสมาคม

ต้น พ.ศ.๒๔๙๐ (ปีที่ ๒ ร. ๙ ) นายดยะ เหววิตารเน แห่งมหาโพธิสมาคมลังกาถูกส่งไปรับที่ลอนดอน ได้รับเป็นพิธีการจากรัฐบาลอังกฤษ อินเดียและเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ นำกลับผ่านลังกา ถึงลังกา ๑๔ มีนาคม ๒๔๙๐ มีการต้อนรับใหญ่โต ว่าขบวนแห่ยาวไมล์ครึ่ง ประดิษฐานไว้ในพิพิธภัณฑ์โคลัมโบ

พม่าเชิญไปจากลังกา เมื่อ ๒๒ มีนาคม ๒๔๙๐ กลับมาแวะกัลกัตตา แล้ว ไปกันดีลังกา ประดิษฐานกับพระเขี้ยวแก้ว ไปเปิดนมัสการในโคลัมโบอีก ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๐ เชิญไปประดิษฐานยังมหาโพธิสมาคมพุทธคยาต่อไป ต่อมา ได้อัญเชิญไปยังแคว้นต่างปรากฏตามข่าววารสารของมหาโพธิสมาคม เท่าที่มีฉบับค้น คือ
พฤษภาคม ๒๔๙๓ ไปเลหแคว้นละดัค (Ladak คือ Kaskmir)
กุมภาพันธ์ ๒๔๙๔ ไปสิกกิม ธิเบต แคว้นเขาดารจีลิง
พฤศจิกายน ๒๔๙๔ ไปเนปาล
ไปพิหาร (Bihara) อีกแห่งหนึ่ง แต่ไม่มีบอกวันไป
และไปกัมพูชาในต้นเดือนตุลาคมนี้

พระธาตุ
พระบรมสารีริกธาตุปรากฏว่าได้พบหลายคราว แต่พิธีเชิญไปกัมพูชา จะเชิญจากที่ขุดได้ครั้งไหนไม่ปรากฏ
ส่วนพระอรหันตธาตุ คือพระธาตุของพระอัครสาวกทั้ง ๒ มีตำนานที่ขุดพบโดยย่อว่า

ต้น พ.ศ.๒๓๙๔ นายพล Cunningham ขุดค้นสถูปเก่าที่สาญจีแคว้นโภปาล (อวันตี) พบช่องสี่เหลี่ยมอยู่ทางเหนือและใต้ ที่พื้นช่อง มีหีบสิลา ๒ หีบมีอักษรพราหมีเขียนใบทางใต้ว่า สารีปุตส เหนือว่า โมคคัลลานส ในหีบมีผอบศิลาแป้งสีขาวงดงาม

ในพระราชพิธีต้อนรับครั้งนี้
นอกจากอาคันตุกะแล้ว ก็มีเจ้านาย ข้าราชการผู้ใหญ่ ตลอดถึงเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศส แต่น่าเสียดายที่อาคันตุกะไทยฝ่ายคฤหัสถ์ขาดไปภายหลังทราบว่าเพราะไม่มีผู้ไปแจ้ง และรับ เพราะเป็นเวลาฉุกละหุก ฝ่ายพระนั้น เพราะไปพักวัดสังฆนายก ผู้จัดการ ท่านจึงนำไปเจ้านายฝ่ายใน ประทับรออยู่ในพระอุโบสถ

ในพระอุโบสถ
กลาง พระธาตุ
ขวา พระสงฆ์
ซ้าย ที่ประทับพระเจ้ากรุงกัมพูชาและเจ้านาย

เจ้านายที่ควรระบุ คือ
สมเด็จพระราชบิดากรมขุนสุรามฤต
สมเด็จพระราชมารดาพระองค์เจ้ากุสุมาวดี
สมเด็จพระปิตุจฉาพระองค์เจ้ารัศมีโสภณ
พระองค์เจ้าหญิงยุคันธร
กรมหลวงมณีพงศ์

ละครสมโภช
โปรดให้มีละครสมโภช ตอนพระโพธิสัตว์ชนะมาร พระสงฆ์กลับที่พัก

ขนบธรรมเนียม
การแต่งพระองค์แต่งกาย เท่าที่เห็นเป็นแบบพื้นเมืองอย่างเก่า

ชาย
(ก) เจ้านาย ขุนนาง ผู้ดี ทรงและนุ่งม่วง เสื้อนอกกระดุม ๗ เม็ด
(ข) ฝ่ายราษฎรทั่วไป กางเกงยาวสีดำ เสื้อกุยเฮงสีดำ

หญิง
(ก) ชาวนา (ที่ดอน) นุ่งโจงกระแบนแบบเก่าเสื้อคลุมถึงเท้า ไม่ผ่อข้างอย่างญวนแบบไหล่ เสื้อกระบอกแค่เอว ตัดผม
(ข) ชาวไร่ (ริมน้ำ) นุ่งถุง เสื้อกระบอก ไว้ผมยาว
พิธีสงฆ์ ลาดราชอาสน์ ประทับกับพื้น

แห่ขบวนใหญ่ และประชุมใหญ่
วันจันทร์ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๕

วันนี้ กำหนดแห่พระธาตุขบวนใหญ่ ไปตามถนนสายต่าง ๆ ในกรุงพนมเป็ญ และไปหยุดที่หน้าพลับพลา หน้าสถานีรถไฟ ถนนแปปาสิเย อันเป็นสถานที่ประชุมใหญ่ แล้วมีการกล่าวสุนทรกาถา ตามกำหนดการของทางราชการ

กำหนดการของทางราชการ กัมพูชามีดังต่อไปนี้
๘.๐๐ น. สังฆนายก ทั้ง ๒ คณะ เชิญพระสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ จากพระอุโบสถวัดพระแก้วไปประดิษฐานเหนือพระราชยานมาส แล้วยกพระยานมาสตั้งบนรถยนต์แล้วแต่งเป็นขบวนแห่

ในขบวนนี้มีดนตรีของหลวง และดนตรีของชาติต่าง ๆ ที่ไปร่วมในขบวน ขบวนได้ผ่านตามทางพระบรมมหาราชวัง และทางออกยาชน เลี้ยวไปทางปทุมวดี เพื่อให้ประชาชนและพระสงฆ์คณะธรรมยุตต์ ทำการนมัสการ เสร็จแล้วขบวนจึงเคลื่อนต่อไปตามทางเลงศรีวัตถิไปตามถนนมหาวิถี เลี้ยวไปตามถนนแวตอง หยุดที่หน้าวัดลังกา ซึ่งเป็นวัดของสมเด็จพระธรรมลิขิตเสร็จแล้วไปที่ถนนแปปาสิเย จนถึงหน้าสถานีรถไฟ โปรดเกล้าให้พระราชวงศ์แทนพระองค์รับพระสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุที่รถยนต์
(๑) ประธานมหาโพธิสมาคมแถลงสุนทรกถา
(๒) พุทธิกสมาคมกัมพุชรัฐแถลงสุนทรกถา
(๓) ประติภู (ผู้แทน) นานาประเทศแถลงสุนทรกถา
(๔) สมเด็จพระมหาสุเมธาธิบดี สังฆนายกคณะมหานิกาย ประกาศความให้พุทธบริษัทว่าตาม แล้วทำการสักการะบูชาเสร็จแล้วให้รับสาธุ ๓ ครั้ง เสร็จพิธีแล้วจึงตั้งขบวนไปสู้วัดพระแก้วต่อไป ตามทางข้างท้ายนี้
(๑) รุกขวิถี(Verniwil)
(๒) ติรวิถี (Lagrandeer)
(๓) วิถีนโรดม

เลี้ยวสู่ถนนพระบรมมหาราชวัง หยุด ๓ นาทีที่หน้าวัดอุณาโลม แห่ต่อไปจนถึงวัดพระแก้ว
สมเด็จพระธรรมลิขิต กับพระราชาคณะ ๑ รูป เป็นผู้แทนพร้อมด้วย สมเด็จสังฆนายกคณะธรรมยุตต์รับและเชิญพระธาตุจากรถยนต์ไปประดิษฐานเหนือบุษบกเบื้องทิศอาคเนย์ของวัดอุโบสถวัดพระแก้วบงกฏ
ถึงเวลาบ่ายในวันที่ ๖,๗,๘,๙ และ ๑๐ ตุลาคม หรือถึงวันที่ ๑๓ ตุลาคม เปิดโอกาศให้ประชาชนกับภิกษุสงฆ์สามเณร เข้าไปในวัดพระแก้วบงกฏ กระทำการสักการะบูชาตามเวลาดังกำหนดการต่อไปนี้

เช้า
๗-๘ .๐๐ น. ฝ่ายพระสงฆ์
๘-๑๒.๐๐ น. ฝ่ายประชาชน

บ่าย
๑๔-๑๕.๓๐ น. ฝ่ายพระสงฆ์
๑๕.๓๐-๒๒.๐๐ น. ฝ่ายประชาชน

วันนี้คณะสงฆ์จากไทยไปรอรับพระธาตุที่พลับพลาแต่เช้าด้วยรถยนต์ของทางราชการ ได้มีพระราชวงศ์ไปรอรับอยู่ ๒ องค์ คือ
๑. พระองค์เจ้ากิตติวงศ์
๒. พระองค์เจ้ามณฑลอาณานโรดม

ต่อมาได้มีผู้แทนต่างประเทศ เจ้านาย ทูต และผู้ใหญ่อื่น ไปถึงโดยลำดับ

เวลา ๙.๐๘ น.ขบวนเริ่มถึงบริเวณพลับพลาเห็นขบวนโดยลำดับดังนี้
ธงนำริ้ว
ตำรวจหวาย ๑ คู่ เดินพนมหวาย
แตรวงทหาร
แตรวงทหาร
ทหารสพายปืน
พิกาพาทย์ (เดินตี)
น.ร นายร้อย
กลองยาว
น.ร.นายร้อยต่อ

ขวา แถวเครื่องสูง
ริ้ว  กลาง รถพระยานมาสพระธาตุ
ซ้าย แถวเครื่อสูง
และมีแถวเดี่ยวแทรกระหว่างอีก

ประชาชนมามายเหลือเกินเมื่อรถพระยานมาสถึงหน้าพลับพลาก็หยุด พระราชวงศ์ ๒ องค์นั้นก็ขึ้นไปต้อนรับนมัสการบนรถแล้วลง ขึ้นไปบนพลับพลา
ต่อจากนี้สุนทรกถา คือ
สมเด็จพระมหาสุเมธา ฯ แถลงนำ
นายกมหาโพธิสมาคม
พุทธิสมาคมกัมพูชา
เจ้าคุณจินดา๑
พระยาภะรตราชสุพิธ
ลาว(คฤหัสถ์)
ญวณ(พระ)
สมเด็จพระมหาสุเมธา ฯ

เวลาจบนำสาธุ ๓ จบ เสร็จพิธีสุนทรกถา ๑๐.๑๙ น. พระสงฆ์จากไทยกลับวัดอุณาโลมเพื่อฉันเพล ดูขบวนแห่ผ่านวัด มีแต่งรถสมทบอีกมากคันทั้งญวณ และเจ๊ก
บ่ายเข้าชมโบสถ์ เดินดูวัด กลับมาพอดีพบกับพวกพุทธิสมาคม ซึ่งมากับ ม.จ.วงศมหิป อัครราชทูตไทย ปรึกษาถึงการเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินและเจ้านายผู้ใหญ่เพื่อถวายหนังสือของมหามกุฏฯ ที่จัดมา


Find the best web hosting service and read ipage review for more information.

เข้าสู่ระบบ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ธรรมนิพนธ์ | Develop by Sangharaja.org